หลังจากที่ไม่ได้มาอัพนานแสนนาน(เกือบๆเดือน) ก็มีเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมาย

เรื่องที่นึกขึ้นมาได้ตอนนี้คือ เมื่อวันที่13 เมษา เป็นวันที่ไปบ้านอีหนินเพื่อพาครอบครัวเขาไปเลี้ยงข้าวกัน ก็อย่างว่าคนไม่เจอกันนานเลย พออีหนินเห็นหลานๆก็ตกใจที่ต่างคยต่างก็โตๆกันหมดแล้ว แถมยังสับสนว่าโต้งหรือต๋งกันแน่ที่เป็นพี่แล้วคนไหนเป็นน้อง 555+ อีหนินมีลูกอยู่ 3 คน เป็นผู้ชายล้วนๆเลย จำได้ว่ามีคนโตชื่อเก่ง ใครซักคนหนึ่งเนี่ยแหละชื่อกร อีกคนนี่จำชื่อไม่ได้ ถ้าเทียบแล้วจะบอกว่าลูกของอีหนินนี่ผอมบางมาก มีแต่ฝั่งเราเนี่ยแหละที่ดูตัวใฆญ่ไปเลย (เรากะต๋งนี่ดูอ้วนไปด้วยซ้ำ) เก่งเองก็หาเงินเก่งมากเลย ทำงานสอนพิเศษ(แต่คงสอนเกือบทุกวันมั้ง) ได้เงินเดือนนึงนี่ 7-8,000 พันบาทเลยทีเดียว

ในวันนั้นกว่าจะได้กินข้าวเช้าก็ปาไปเที่ยงแล้ว(ดีนะที่มีขนมปังฮั่วเซ่งฮงรองท้องไว้ก่อน) พอกินเสร็จก็ประมาณสามโมงกว่าๆ ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับก็มาคุยๆเล่นกันซักแป๊บนึง ตอนนั้นเองแหละที่สังเกตเห็นว่ารองเท้าของเรากะเก่งนี่เหมือนกันเป๊ะเลย ยกเว้นเชือกรองเท้าที่เก่งไปซื้อมาเปลี่ยนใหม่(เป็นลายรอยเท้าหมาสีฟ้า) ดูแปลกๆดี

หลังจากที่แยกย้ายกันกลับแล้ว ครอบครัวเราก็ไปเที่ยวต่อกันที่ตลาดน้ำอัมพวา อันที่จริงตั้งใจจะไปงานเทศกาลลิ้นจี่แต่ว่าปีนี้ไม่มีการจัดงานซะงันเพราะว่าลิ้นจี่ยังไม่ออกเลย ทำให้ต้องเปลี่ยนโปรแกรมไปตลาดน้ำอัมพวาแทน

ไปตอนงานเทศกาลก็มีคนเยอะมาก แต่โชคดีที่ตอนไปนี่เริ่มเย็นแล้วบางคนก็เริ่มทยอยกันออกบ้างแล้ว หลังจากที่ช็อบปิ้งเสร็จก็แวะนั่งพักที่สนามหญ้าหน้าวัดอยู่ประมาณชั่วโมงนึง พอเริ่มมืดก็รู้สึกหิวข้าวทันที(โดยเฉพาะพ่ออกับแม่นะ แต่ๆลูกนี่ยังอิ่มกันอยู่เลย) ปุบปับที่ลุกขึ้นก็ได้ยินเสียง "แควก..ก" นั่นไงเรื่องเข้าเลย กางเกงยีนดันขาดเป็นทางยาวช่วงกระเป๋าหลัง ขาดเป็นทางยาวมาก ตอนนั้นนี่โชคดีมากที่เอากระเป๋าแบบสะพายช้างไป ก็ปิดได้พอดีเลย(แม้ว่ากระเป๋าจะเล็กไปหน่อยก็เถอะT^T) อายมากเลยตอนนั้นน่ะ ก็บอกพ่อไปแล้วว่ากางเกงขาด แต่พ่อคงไม่รู้ว่าขาดมากแค่ไหน(กระจุยเลยแหละ) พ่อก็ยังยืนยังว่าไม่เป้นไร มืดแล้ว ขอกินข้าวต้มก่อนกลับให้ได้ ในที่สุดก็ต้องกินข้าวกันแล้วกลับบ้านกัน พอถึงบ้าน พ่อได้เห็นกางเกงที่ขาดก็เลยถามว่ากางเกงยี่ห้ออะไรทำไมห่วยอย่างรนี้ (ยี่ห้อซุปเปอร์แมนแหละพ่อ) ถึงแม้ว่าก่อนกลับจะมีเรื่องน่าอายเกิดขึ้น แต่ก็ไม่เป็นเพราะคงไม่มีใครเห็น(มั้ง??)    

 

ย้อนหลังไปวันที่11 เมษา เป็นวันที่ต้อง present วิชา Buddhist ซึ่งให้งานทำเปนกลุ่มในชั่วโมงเรียน อันที่จริงคำตอบก็มีอยู่นิดเดียว แต่ด้วยอาการที่อยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมก็เลยผลักดันให้น้องๆแสดงละครซะเลย ผลสรุปว่าเป็นที่พอใจของอาจารย์อย่างมาก น้องบอลก็อาศัยความสูงแอบชำเลืองคะแนนมาได้ว่า ได้ 9ครึ่งเต็มสิบ โฮะๆๆๆ เป็นการรายงานที่สนุกมากเลย คะแนนก็ดีด้วย...เยส!!

 

วันที่ 14 เมษา ไปเที่ยวสงกรานต์กับเพื่อนๆกัน แต่ตอนก่อนไปนี่ก็ไปร้องเกะก่อน ( 2 ชม. ) ก็จัดว่าเป็นวันสงกรานต์ที่สนุกสนานมากที่สุดแล้วในชีวิตที่เคยมี

 

ปิดเทอมแล้วค้าบบบ

posted on 21 Mar 2008 13:19 by tuttu38

ในที่สุดก็ได้เวลาปิดเทอมซักที (อันที่จริงนี่ปิดเทอมมานานละ ปิดตั้งแต่วันที่ 7มีนา แต่เพิ่งจะมาเขียนวันนี้เอง555+)

อันที่จริงอยู่บ้านก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรหรอกนอกจากจะนอนดึกแล้วก็ตื่นสายๆ ฝึกเขียนตัวหนังสือจีน(ที่ไม่ได้ฝึกเขียนมานานจนกลายเป็นดินพอกหางหมู อันจะสร้างความลำบากแก่การเรียนจีนขั้นอื่นๆต่อไป) ทบทวนอ่านหลักภาษาของจีน แล้วก็บางวันก็ออกไปเที่ยวบ้างแต่ก็ไม่อยากออกไปบ่อยๆเพราะเปลืองตังค์อ่ะ

ในวันเกิดที่ผ่านมานี่ก็ไปดูหนังมาเรื่องนึงหลังจากที่ไม่ได้ไปดูมานานก็คือ ดูเรื่อง Rambo4 ก็คิดว่าสนุกกว่าภาคก่อนๆเยอะ แต่หนังไม่ยาวเท่าไรแค่ชั่วโมงกว่าๆก็จบแล้ว ถ้าจะคอมเม้นท์ว่าไปดูแก้เซ็งล่ะก็โอเคเลย ตอนนี้เลยอดใจรอดูเรื่อง Indiana Jones ภาคใหม่อยู่ แต่คนแสดงก็แก่ลงมากเหมือนRamboเลย 555+

ที่เหลือก็คืออาทิตย์หน้าที่เราจะต้องเริ่มเรียนซัมเมอร์แล้วล่ะ (เริ่มวันที่ 31มีนา) ก็คงจะไม่มีเวลาว่างแล้วเหมือนกันนะ เพราะเรียนซะจันทร์-พุธ-ศุกร์ วันเสาร์มีสอน วันอาทิตย์มีเรียนอีก ก็เอาเป็นว่าเหมือนจะเป็นการเปิดเทอมอีกครั้งนึงเลยละกัน สู้โว้ย!!! อยู่บ้านก็ไม่มีอะไรทำนอกจากกิน-นั่ง-นอน-ดูทีวี-คัดจีน วนลูปแบบน่าเบื่อ~~~

edit @ 21 Mar 2008 13:31:28 by **Juntee**

น่าเบื่อ~~

posted on 25 Jan 2008 15:12 by tuttu38  in Story

วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่นั่งหาเนื้อหาทำรายงานอย่างเวิ่นเว้อ

ก็ใช่น่ะสิ วันนี้เป็นวันที่ 2 แล้ว...สองวันเต็มๆที่นั่งหางานจนหลังแข็งแต่ไม่มีข้อมูลที่ต้องการเลยซักนิดนึง

เซ็ง....มั่กมาก...ก ที่ทำรายงานSem Cur ไปแล้วอาจารย์ยังไม่พอใจบอกว่าเนี้อหายังไม่ละเอียดพอ โธ่!!! ก็แน่ล่ะสิคะ เราทำเรื่องเศรษฐกิจจีนทั้งหมดในช่วงปัจจุบัน ก็เป็นการทำรายงานแบบแนวราบ ดังนั้นจะต้องครอบคลุมเนื่อหาทุกส่วนเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนอย่างทั่วถึง เพราะงั้นตอนแรกอาจารย์ยบอกว่าไม่ต้องเจาะลึก แต่ถ้าทำเป็นเรื่องๆเดียว ก็ควรเจาะลึกมันไปเลย แล้วก็ให้งบมาไม่เกิน 10 หน้า

โถ!!!.....พอมานั่งpresentแล้วก็บอกว่าต้องทำให้ละเอียด เจาะลึกลงไปทุกเรื่อง...แล้วนี่เนื้อหาจริงๆถ้าทำทั้งหมดก็ยังกับthesisเลยนะคะอาจารย์ งบ 10 แผ่นนี่ไม่พอเลยซักติ๊ด.....ด

แล้วนี่เราก็ต้องมาหาใหม่.....เฮ้อ....เซ็ง!!!

 

แต่ก็มีเรื่องจะเล่านะเนี่ย ก็เมื่อ2-3วันก่อนได้รับ postcard มาจากสุพินดา ตอนแรกนึกว่าเลยเวลามานานแล้ว แนนเค้าคงไม่เขียนมาหาแล้วมั้ง แต่ผิดคาด เจ้แกจ่าหน้าซองให้เรานานแล้วแต่กะว่าจะส่งให้ตอนที่กลับจากเที่ยวแล้วอ่ะ

ก็นะ....ดีใจมากๆที่ยังไม่ลืมกันเลย.....TUT เป็นปลื้มที่เราไม่ได้นึกถึงแนนอยู่ฝ่ายเดียวแต่เขาก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีที่ยังไม่ลืมเราเหมือนกัน

edit @ 25 Jan 2008 15:25:55 by **Juntee**